เตรียมรถเที่ยวหน้าหนาวและขึ้นดอย: เช็คลิสต์ 10 จุดสำคัญก่อนออกเดินทางไกล

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1768451286891 1768451286891

(เครดิตรูปภาพ: freepik)


ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่นักเดินทางนิยมขับรถขึ้นภูเขาหรือดอยสูงเพื่อสัมผัสอากาศเย็น อย่างไรก็ตาม การขับรถบนเส้นทางลาดชันและคดเคี้ยวต้องอาศัยสมรรถนะของรถยนต์ที่สูงกว่าการขับขี่ในเมืองปกติ ความพร้อมของยานพาหนะจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่จะชี้วัดความปลอดภัยในทริปนั้น ๆ

เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย นี่คือ 10 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนสตาร์ทรถออกเดินทางไกล

1. ระบบเบรกและน้ำมันเบรก นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถลงเขา ตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกว่ายังเหลือเพียงพอหรือไม่ หากผ้าเบรกบางเกินไปจะระบายความร้อนได้ยาก เสี่ยงต่ออาการ "เบรกเฟด" (Brake Fade) หรือเบรกไม่อยู่ นอกจากนี้ต้องเช็กระดับน้ำมันเบรกและสีของน้ำมัน หากเปลี่ยนเป็นสีคล้ำควรเปลี่ยนถ่ายทันทีเพื่อรักษาจุดเดือดของน้ำมันให้สมบูรณ์

2. สภาพยางรถยนต์และแรงดันลม ยางคือส่วนเดียวของรถที่สัมผัสพื้นถนน ตรวจสอบความลึกของดอกยางว่าต้องไม่ต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร (ตามมาตรฐานความปลอดภัยแนะนำ) เนื้อยางต้องไม่แข็งกระด้างหรือมีรอยแตกลายงา สำหรับการเดินทางไกลที่บรรทุกสัมภาระและผู้โดยสารเต็มคัน ควรเติมลมยางเพิ่มจากปกติประมาณ 1-2 ปอนด์ (PSI) เพื่อรองรับน้ำหนัก และอย่าลืมตรวจสอบยางอะไหล่ให้พร้อมใช้งานเสมอ

3. ระบบระบายความร้อน (หม้อน้ำ) การขับรถขึ้นทางลาดชันทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและเกิดความร้อนสูงมาก ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ ให้อยู่ในระดับ Full หรือ Max เสมอ ตรวจเช็กพัดลมระบายความร้อนว่าทำงานตามปกติหรือไม่ และสังเกตท่อยางต่างๆ ว่ามีรอยรั่วซึมหรือไม่

4. น้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่องช่วยหล่อลื่นและระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ ส่วนน้ำมันเกียร์สำคัญมากสำหรับการส่งกำลังขึ้นเขา ตรวจสอบระดับน้ำมันก้านวัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หากใกล้ถึงระยะเปลี่ยนถ่าย แนะนำให้เปลี่ยนก่อนออกเดินทางจะดีที่สุด

5. ระบบไฟส่องสว่างและไฟตัดหมอก ในฤดูหนาวบนยอดดอยมักมีหมอกลงจัดในช่วงเช้าหรือหัวค่ำ ตรวจสอบไฟหน้า (ทั้งไฟต่ำและไฟสูง) ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และที่สำคัญคือ "ไฟตัดหมอก" ต้องใช้งานได้ครบทุกดวง เพื่อให้ผู้ร่วมทางมองเห็นรถเราได้ชัดเจน

6. แบตเตอรี่ อากาศที่เย็นจัดส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ทำให้สตาร์ทรถติดยากกว่าปกติ ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่ว่าแน่นและไม่มีขี้เกลือเกาะ หากแบตเตอรี่ใช้งานมาเกิน 1.5 - 2 ปี ควรนำไปวัดค่าไฟว่ายังเก็บประจุได้ดีหรือไม่

7. ที่ปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก แม้ไม่ใช่หน้าฝน แต่บนภูเขามักมีน้ำค้างแรงและฝุ่นละอองที่ทำให้กระจกหน้ามัวได้ง่าย ยางปัดน้ำฝนต้องรีดน้ำได้เกลี้ยง ไม่สะดุด และควรเติมน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มเสมอ

8. ระบบช่วงล่างและพวงมาลัย เส้นทางภูเขามีทางโค้งจำนวนมาก ช่วงล่างที่สมบูรณ์จะช่วยให้รถเกาะถนนและทรงตัวได้ดี ลองฟังเสียงกุกกักเวลาตกหลุม และตรวจสอบโช้คอัพว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ เพื่อความมั่นใจในการเข้าโค้ง

9. อุปกรณ์ฉุกเฉินประจำรถ เตรียมเครื่องมือที่จำเป็นให้พร้อมเผื่อเกิดเหตุสุดวิสัย ได้แก่ สายพ่วงแบตเตอรี่ แม่แรง ล้อขันน็อต ไฟฉาย ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น

10. ความพร้อมของผู้ขับขี่ ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และที่สำคัญต้อง "ศึกษาเส้นทาง" ให้แม่นยำ ผู้ขับขี่ต้องรู้วิธีใช้เกียร์ต่ำ (Engine Brake) เพื่อช่วยชะลอความเร็วขณะลงเขาแทนการเหยียบเบรกแช่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเบรกไหม้

บทสรุป

การเตรียมรถให้พร้อมก่อนขึ้นดอยไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎ แต่เป็นการรับผิดชอบต่อชีวิตของตนเอง ผู้โดยสาร และเพื่อนร่วมทาง การเสียเวลาตรวจสอบเพียงเล็กน้อยแลกมาด้วยความปลอดภัยและความมั่นใจในการเดินทางที่ประเมินค่าไม่ได้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล (References):
  1. กรมการขนส่งทางบก (Department of Land Transport): คู่มือการบำรุงรักษารถและการขับขี่ปลอดภัย
  2. Bridgestone Thailand: ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษายางรถยนต์และแรงดันลมยางที่เหมาะสม

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น