
(เครดิตรูปภาพ: freepik)
คำถามโลกแตกของคนมีรถ คือ "จะโพสต์ขายเองดีไหม จะได้ราคาดีกว่า? หรือจะขายเข้าเต็นท์ไปเลยให้จบ ๆ?"
ในปี 2026 เส้นแบ่งระหว่างสองทางเลือกนี้ชัดเจนขึ้นมาก การขายเองผ่านออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น แต่ความเสี่ยงเรื่องมิจฉาชีพและการจัดไฟแนนซ์ก็สูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนการขายผ่านตัวแทน (Dealer) ก็พัฒนาให้โปร่งใสและเร็วกว่าเดิม
บทความนี้จะกางข้อดี-ข้อเสียให้ดูชัด ๆ เพื่อให้คุณเลือกทางที่ "คุ้ม" กับไลฟ์สไตล์คุณที่สุด
ทางเลือกที่ 1: ขายเอง (Private Sale)
เหมาะกับ: คนที่มีเวลา ไม่รีบใช้เงิน และอยากได้ราคาสูงที่สุด
คือการถ่ายรูปรถแล้วไปโพสต์ลง Facebook Marketplace, ตลาดรถ หรือกลุ่มซื้อขายเฉพาะรุ่น
ข้อดี
- ได้ราคาสูงที่สุด: คุณขายในราคา "ขายปลีก" (Retail Price) เงินส่วนต่างที่ปกติเป็นกำไรของพ่อค้า คุณจะได้รับเต็ม ๆ (มักสูงกว่าราคาเทิร์น 10-20%)
- ควบคุมเองได้: พอใจจะขายให้ใคร หรือไม่ลดราคาให้ใคร คุณตัดสินใจเองได้หมด
ข้อเสีย
- เสียเวลาชีวิต: ต้องคอยตอบแชท (ที่ส่วนใหญ่ถามแล้วเงียบ) นัดดูรถแล้วโดนเบี้ยว หรือต้องลางานไปโอนรถที่ขนส่ง
- ติดปัญหาเรื่อง "จัดไฟแนนซ์": นี่คืออุปสรรคใหญ่ที่สุดในปี 2026 ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่มีเงินสดก้อนใหญ่ และธนาคารมักไม่ค่อยปล่อยสินเชื่อให้การซื้อขายกันเอง (รถบ้าน) หรือถ้าปล่อย ขั้นตอนจะยุ่งยากมาก หากคนซื้อกู้ไม่ผ่าน คุณก็เสียเวลาฟรี
- ความเสี่ยง: เสี่ยงเจอมิจฉาชีพหลอกส่งสลิปปลอม หรือนัดไปดูรถในที่เปลี่ยว
ทางเลือกที่ 2: ขายให้ตัวแทน / เต็นท์รถ / แพลตฟอร์มรับซื้อ
เหมาะกับ: คนที่ชอบความไว ต้องการใช้เงินด่วน และเกลียดความยุ่งยาก
รวมถึงการขายให้เต็นท์รถทั่วไป หรือแพลตฟอร์มประมูลรถยุคใหม่
ข้อดี
- ไวที่สุด: จบดีลได้รับเงินภายใน 24 ชม. บางที่ดูรถถึงหน้าบ้าน
- รับเงินสดทันที: ไม่ต้องรอลุ้นผลยื่นกู้ของผู้ซื้อ ตรวจสภาพเสร็จรับเงินเลย
- จัดการเรื่อง "รถติดไฟแนนซ์" ให้: หากรถคุณยังผ่อนไม่หมด ตัวแทนสามารถนำเงินไป "ปิดบัญชี" กับธนาคารให้คุณได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ซึ่งถ้าขายเอง ขั้นตอนนี้จะวุ่นวายมาก)
- จัดการเอกสาร: เขาทำเรื่องโอนให้หมด คุณแค่นั่งรอ
ข้อเสีย
- ราคาต่ำกว่า: คุณจะขายในราคา "ขายส่ง" (Wholesale Price) ซึ่งผู้รับซื้อต้องหักค่าดำเนินการ ค่าเก็บงาน ค่าเช่าที่ และกำไรของเขา ทำให้ราคาจะหายไปประมาณ 15-20% จากราคาตลาด
Checklist: คุณเหมาะกับทางไหน?
เลือก "ขายเอง" ถ้า...
- รถคุณเป็น "รถตลาด" สภาพสวย (เช่น Honda Jazz, Isuzu D-Max) ที่คนแย่งกันซื้อ
- คุณไม่รีบใช้เงิน รอได้ 1-2 เดือนเพื่อแลกกับเงินส่วนต่างหลักหมื่น
- คุณมีความรู้เรื่องเอกสารโอนรถ และดูคนเป็น (ไม่โดนหลอกง่าย)
เลือก "ขายให้ตัวแทน" ถ้า...
- รถยังผ่อนไม่หมด: ให้มืออาชีพไปเคลียร์ยอดปิดบัญชีกับแบงค์ให้ ปลอดภัยกว่า
- ต้องการเงินด่วน: ต้องใช้เงินภายใน 2-3 วัน
- รถขายยาก: เป็นรถเก่า (เกิน 10 ปี) หรือรถแบรนด์เฉพาะกลุ่ม ซึ่งหาคนซื้อเองยากมาก
- ไม่มีเวลา: งานยุ่ง ไม่อยากรับโทรศัพท์หรือตอบแชทวันละ 20 คน
บทสรุป
ไม่มีวิธีไหนดีที่สุด มีแต่วิธีที่ "เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ" ที่สุด
- ถ้า "เวลา" คือเงินทองของคุณ เลือก ขายให้ตัวแทน
- ถ้า "เงินส่วนต่าง" สำคัญกว่าความเหนื่อย เลือก ขายเอง
ทางเลือกที่ 3: ตรงกลางที่ดีที่สุด?
ลองใช้บริการ Motorist Thailand เราช่วยให้คุณขายรถได้สะดวกและรวดเร็ว ประเมินฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference Sources)
- ขั้นตอนการโอนและเอกสาร: กรมการขนส่งทางบก (DLT)
- เงื่อนไขสินเชื่อรถบ้าน: ธนาคารทิสโก้ (สินเชื่อรถมือสอง), กรุงศรี ออโต้
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง
ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…